วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564

ไม่มีชื่อเรียก

 วันที่ความทรงจำกำลังเลือนหาย

น่าแปลกที่บางความทรงจำที่เราอยากเก็บไว้มันกลับกำลังเลือนลางไป 

การสูญเสียเจ็บปวดทรมาน

การสูญเสียความทรงจำมันก็เจ็บปวดทรมานไม่ต่างกัน

แม้ฉันรู้ว่าสักวันฉันจะลืม จะจำวันที่มีเธอเกือบไม่ได้ 

และบางทีความเจ็บปวดก็จะจางไปตามความทรงจำ

แต่ใจฉันกลับไม่อยากลืมเธอ


ฉันดำเนินชีวิตเพียงหวังให้แต่ละวันผ่านไป และไม่ต้องเจ็บปวดเนิ่นนานเกินไป

หรือหวังว่าถึงเจ็บปวดก็จะทนไหว จะอยู่กับหัวใจที่เจ็บๆ นี้ได้ 

หัวใจที่มันเหมือนจำหยุดเต้นน ใจเล็กๆ ที่เจ็บจี๊ดๆ ตลอดเวลา

เหมือนเกือบจะหายใจไม่ออก






จะสองปีแล้วนะ

 กำลังจะครบสองปีแล้วที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน 

ในใจฉันกำลังซ่อมแซม จากความผิดหวัง เจ็บปวด 

แต่ความรักยังอยู่ที่เดิม เราไม่ได้จากตาย เราแค่จากเป็น 

จริงๆ เราควรดีใจ พอใจ แต่มันก็ไม่ง่ายที่สัมผัสนั้นหายไป

และมีความรู้สึกที่ไม่มีวันเหมือนเดิม ที่ฉันอยู่กับมันมาได้

แค่มันเว้าแหว่ง  


บางเรื่องไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน มันก็แค่ผ่านไปแต่ในใจยังเหมือนเดิม 


วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ฉันเคยเป็นแม่ ในวันแม่

 ไม่เคยคิดว่าจะได้เป็นแม่ในงานวันแม่

ไม่อินตอนนั้น แต่เป็นความทรงจำที่ดีวันนี้

วันนั้นไปเพราะอยากให้ตั่วโมรู้ว่ามีหม่ามี๊นะ

หม่ามี๊จะเป็นหม่ามี๊นะโมตลอดไป 

ขอบคุณที่ผ่านมาเป็นหม่ามี๊กับตั่วโม กันนะ

365 วัน ฉันคิดถึงเธอ

 ครบ 365 วันที่เราไม่ได้อยู่ข้างๆ กัน 

ฉันยังคิดถึงเธอเสมอ ยังเสียน้ำตา ยังตื้นตัน

 กับเรื่องราวที่เรามีกัน

ที่ผ่านมา หม่ามี๊ไปทำอะไรๆ มามากมาย สุข บ้าง ทุกข์บ้าง

ไม่มีวันไหนไม่คิดถึงตั่วโมเลย 

ยังเก็บความทรงจำและความรักนี้ไว้ข้างกายเสมอ

วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2563

ความทรงจำที่ยังคงอยู่

“เอี๊ยด” เสียงประตูเปิดออก เด็กน้อยเข้ามาในบ้านอย่างเหนียมอาย แล้ววิ่งมาเจอรถเฟอรารี่สีแดงคันเดิมที่เคยนั่งไถมาต้ังแต่ตอนยังเดินไม่ได้ เด็กน้อยนั่งลงคร่อมรถคันเดิมไถออกไปจนถึงหน้าประตูบ้านสีฟ้าหลังเดิม

เขาคงเดินเข้ามาแวะทักทายของเล่นเพื่อนเก่า แล้ววิ่งปรู๊ดตรงไปที่ประตูห้องของเรา หมุนเปิดด้วยความคุ้นเคย
“กึก” แต่คราวนี้ประตูเปิดไม่ออก และไม่มีใครเปิดออกมา เด็กหันมาถามว่า “ทำไมมันล๊อค” คำถามเดิมที่มักจะถามเป็นประจำ แต่คำตอบของครั้งนี้คือคนที่เคยอยู่ในนั้นไม่อยู่อีกแล้ว

เด็กเดินกลับออกมาเปิดตู้เย็นหยิบช็อกโกแลตลูกบอลออกมา แกะกินเหมือนทุกวันที่เคยทำ ในตู้เย็นนั้นยังคงมีช๊อกโกแลตอยู่เสมอมา เหมือนรอคอยให้เจ้าของกลับมากิน

 เดินไปเล่นสไลด์เดอร์อันเดิมที่ตอนนี้คงเล็กกว่าตัวเขามากแลัว

เด็กจากไปแล้วพร้อมกล่องของเล่นใบใหญ่ ทิ้งไว้เพียงร่องรอยองเศษฟอยห่อช๊อกโกแลต เป็นการกวาดเศษขยะที่มีความทรงจำลอยวนอยู่ในอากาศรอบตัว

ระลึกถึงกันวันฟ้าหม่น

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562

สายสัมพันธ์เชื่อมโยง

ประโยคที่จริงแท้พอได้มา น้ำตาก็ไหล
เหมือนลูกศรที่พุ่งเข้าไปกลางหน้าอก
ทะลุเข้าไปในใจ
นี่คงเป็นหน้าที่หลักของภาษา
และฉันเขียนเพื่อเยียวยาตัวเอง

ค่ำคืนลำพังนั้นยากเย็นเสมอ
หากเคยมีมือน้อยๆ ให้เกาะกุม
ขอบคุณช่วงเวลาดีดีที่เรามีกัน

นะโมชอบนอนโดนตัวคน ต้องคอยจับ
คอนลูบหัว คอยกอดเอาไว้

นะโมชอบนอนแขนหม่ามี๊เสมอ
นม : หม่ามี๊ขอนอนแขนหน่อย (เสียงอ้อนบ้าง เสียงสะอื้นบ้าง)
มม : ทำไมขอนอนแขนทุกวันเลย ชอบเหรอ
นม : ชอบนอนแขนหม่ามี๊

หม่ามี๊สละแขนหนึ่งข้างให้นะโมนอนเสมอ
แม้จะสร้างความปวดเมื่อยให้กับแขนและไหล่มากเพียงใด
การเสียสละนี้หม่ามี๊หวังเพียงให้นะโมได้สัมผัส
ความอบอุ่นปลอดภัย ความไว้วางใจต่อโลก
และสายสัมพันธ์แห่งรักที่ส่งออกไป
เพื่อบอกว่าไม่ต้องกลัวนะเธอไม่ได้อยู่คนเดียว
เธอมีหม่ามี๊เคียงข้างเสมอ ยามดึก ยามมืดมิด จะพบหม่ามี๊ข้างๆ

และแม้วันใดที่ร่างกายของเราไม่ได้สัมผัสกัน
ขอให้สายสันพันธ์นั้นเชื่อมร้อยถักทอให้เธอเติบโตแข็งแรงต่อไป




วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2562

ว่ายน้ำกับครูพี่ไผ่

นะโมเป็นเด็กไม่ชอบน้ำ
ไม่ชอบอาบน้ำ ไม่ชอบขนาดที่ว่าถ้าถึงเวลาต้องอาบน้ำ
ต้องดุ ต้องหลอกล่อว่าไปล้างรถบ้าง
หรือบอกว่าไม่ต้องอาบแล้วหม่ามี๊จะอาบคนเดียว
นะโมจะวิ่งร้องไห้มาบอกว่านะโมจะอาบ
นะโมอาบน้ำกับหม่ามี๊และบางทีก็อาบกับป่าปี๊


แต่ชอบเล่นน้ำ
















เดาว่าไม่ชอบให้น้ำโดนหัวโดนหน้าโดยไม่ตั้งใจ
แต่ถ้าเป็นคนเอาหัวไปโดนน้ำเองก็ชอบ

หม่ามี๊ว่ายน้ำไม่แข็ง เอาจริงๆ ก็แอบกลัวน้ำอยู่
ได้พานะโมไปเล่นน้ำบ้าง
ประจวบเหมาะกับ "อัลมอนด์" ลูกนอยเรียนว่ายน้ำกับครูชื่อ "พี่ไผ่"
เราจึงได้พานะโมไปเรียนว่ายน้ำอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
















ครูสอนให้บุ๋งๆ (ก้มหน้าลงน้ำและเป่าลมออกมา)
ครูสอนให้ตีขาและลอยไปกับครู
ครูพยายามให้เอาหัวลงน้ำ(ดำน้ำ)
หลังเลิกเรียนนะโมหัวไม่เปียกเลยจ้า
เพราะครูทำยังไงนะโมก็ไม่ยอมเอาหัวจุ่มน้ำ
ครูได้แต่เอาน้ำราดหัว ให้เปียกเผื่อจะคุ้นเคย

หลังจากเรียนหม่ามี๊พานะโมไปเล่นน้ำที่คอนโดอย่างสม่ำเสมอ
นะโมยังคงกลัวเช่นเดิม เกาะหม่ามี๊แน่นไม่ยอมปล่อย



















ครั้งล่าสุดที่เราไปว่ายน้ำกัน
นะโมยอมลอยตัวไปคนเดียว
โดยใส่ห่วงยางเด็กไว้ที่แขนได้แล้ว
และหม่ามี๊เดินตามอยู่ห่างๆ

บันทึกที่ผ่านมา