วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2564

คริสมาสต์ปีนี้ ถ้าพระเจ้าอวยพร

 หลังจากเด็กจากไป 2 ปีกว่าเราได้เจอหันราวๆ 4 ครั้งได้ บางครั้งสั้นๆ ไม่ถึง 1 ชั่งโมง

ตอนนี้นานสุดคือ 2 วัน 2 คืน 


เรารู้ว่าทุกวันเราจะคิดถึงเขา แม้ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ 700 กว่าวันที่ผ่านมาไม่มีวันไหนไม่คิดถึงเลย

และมีความรู้สึกหลากหลายที่ผุดขึ้นมาในใจ มีความคาดหวังและความผิดหวังอยู่ในนั้นเสมอ 

มีความสุข ซาบซึ้งใจและความเศร้าเสียใจคละเคล้ากันไป 

บางทีก็อธิบายไม่ได้บอกไม่ถูกว่าเป็นความรู้สึกแบบไหน 

ทุกวันคิดถึงแต่ความรู้สึกก็เปลี่ยนไปทุกวันและทุกครั้งที่เจอ 


แน่นอนเราคงอยากให้เรารักกันเหมือนเดิม หรือแอบกลัวว่าเด็กจะไม่รักเรา

เอาเข้าจริงสิ่งที่บีบหัวใจมากที่สุดกลับเป็นว่า 

เราหวังจะเห็นเขามีชีวิตที่ดี พอเรารู้ว่ามันอาจจะไม่ได้ดีเหมือนที่เราหวัง 

เราเสียใจ รู้สึกผิดเพราะคิดว่าถ้าเราอดทนกว่านี้ ดีกว่านี้ 

เรายังทำอะไรให้คนที่เรารักมากกว่านี้ได้อีกไหม 

มีอะไรที่เราทำได้จริงๆ เราคงให้ทุกอย่างไม่ได้ แก้ไข เปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างไม่ได้ 

แต่ถ้าขอพรได้ ฉันขอให้เธอมีชีวิตที่ดีเท่าที่เธอจะมีได้ 


ได้แต่บอกว่ารักเหมือนเดิม ได้แต่ปลอบใจว่าเธอไม่ได้เดียวดาย 

อย่าเหงาไปเลยยังมีฉันอยู่ตรงนี้อีกคน 

อย่ากลัว ถ้ารู้สึกไม่มีใคร โปรดกลับมา อ้อมกอดและความรักนี้จะคงอยู่เพื่อเธอ







ฉันจะรอเธออยู่ตรงนี้เสมอ 

วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564

ไม่มีชื่อเรียก

 วันที่ความทรงจำกำลังเลือนหาย

น่าแปลกที่บางความทรงจำที่เราอยากเก็บไว้มันกลับกำลังเลือนลางไป 

การสูญเสียเจ็บปวดทรมาน

การสูญเสียความทรงจำมันก็เจ็บปวดทรมานไม่ต่างกัน

แม้ฉันรู้ว่าสักวันฉันจะลืม จะจำวันที่มีเธอเกือบไม่ได้ 

และบางทีความเจ็บปวดก็จะจางไปตามความทรงจำ

แต่ใจฉันกลับไม่อยากลืมเธอ


ฉันดำเนินชีวิตเพียงหวังให้แต่ละวันผ่านไป และไม่ต้องเจ็บปวดเนิ่นนานเกินไป

หรือหวังว่าถึงเจ็บปวดก็จะทนไหว จะอยู่กับหัวใจที่เจ็บๆ นี้ได้ 

หัวใจที่มันเหมือนจำหยุดเต้นน ใจเล็กๆ ที่เจ็บจี๊ดๆ ตลอดเวลา

เหมือนเกือบจะหายใจไม่ออก






จะสองปีแล้วนะ

 กำลังจะครบสองปีแล้วที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน 

ในใจฉันกำลังซ่อมแซม จากความผิดหวัง เจ็บปวด 

แต่ความรักยังอยู่ที่เดิม เราไม่ได้จากตาย เราแค่จากเป็น 

จริงๆ เราควรดีใจ พอใจ แต่มันก็ไม่ง่ายที่สัมผัสนั้นหายไป

และมีความรู้สึกที่ไม่มีวันเหมือนเดิม ที่ฉันอยู่กับมันมาได้

แค่มันเว้าแหว่ง  


บางเรื่องไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน มันก็แค่ผ่านไปแต่ในใจยังเหมือนเดิม 


วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ฉันเคยเป็นแม่ ในวันแม่

 ไม่เคยคิดว่าจะได้เป็นแม่ในงานวันแม่

ไม่อินตอนนั้น แต่เป็นความทรงจำที่ดีวันนี้

วันนั้นไปเพราะอยากให้ตั่วโมรู้ว่ามีหม่ามี๊นะ

หม่ามี๊จะเป็นหม่ามี๊นะโมตลอดไป 

ขอบคุณที่ผ่านมาเป็นหม่ามี๊กับตั่วโม กันนะ

365 วัน ฉันคิดถึงเธอ

 ครบ 365 วันที่เราไม่ได้อยู่ข้างๆ กัน 

ฉันยังคิดถึงเธอเสมอ ยังเสียน้ำตา ยังตื้นตัน

 กับเรื่องราวที่เรามีกัน

ที่ผ่านมา หม่ามี๊ไปทำอะไรๆ มามากมาย สุข บ้าง ทุกข์บ้าง

ไม่มีวันไหนไม่คิดถึงตั่วโมเลย 

ยังเก็บความทรงจำและความรักนี้ไว้ข้างกายเสมอ

วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2563

ความทรงจำที่ยังคงอยู่

“เอี๊ยด” เสียงประตูเปิดออก เด็กน้อยเข้ามาในบ้านอย่างเหนียมอาย แล้ววิ่งมาเจอรถเฟอรารี่สีแดงคันเดิมที่เคยนั่งไถมาต้ังแต่ตอนยังเดินไม่ได้ เด็กน้อยนั่งลงคร่อมรถคันเดิมไถออกไปจนถึงหน้าประตูบ้านสีฟ้าหลังเดิม

เขาคงเดินเข้ามาแวะทักทายของเล่นเพื่อนเก่า แล้ววิ่งปรู๊ดตรงไปที่ประตูห้องของเรา หมุนเปิดด้วยความคุ้นเคย
“กึก” แต่คราวนี้ประตูเปิดไม่ออก และไม่มีใครเปิดออกมา เด็กหันมาถามว่า “ทำไมมันล๊อค” คำถามเดิมที่มักจะถามเป็นประจำ แต่คำตอบของครั้งนี้คือคนที่เคยอยู่ในนั้นไม่อยู่อีกแล้ว

เด็กเดินกลับออกมาเปิดตู้เย็นหยิบช็อกโกแลตลูกบอลออกมา แกะกินเหมือนทุกวันที่เคยทำ ในตู้เย็นนั้นยังคงมีช๊อกโกแลตอยู่เสมอมา เหมือนรอคอยให้เจ้าของกลับมากิน

 เดินไปเล่นสไลด์เดอร์อันเดิมที่ตอนนี้คงเล็กกว่าตัวเขามากแลัว

เด็กจากไปแล้วพร้อมกล่องของเล่นใบใหญ่ ทิ้งไว้เพียงร่องรอยองเศษฟอยห่อช๊อกโกแลต เป็นการกวาดเศษขยะที่มีความทรงจำลอยวนอยู่ในอากาศรอบตัว

ระลึกถึงกันวันฟ้าหม่น

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562

สายสัมพันธ์เชื่อมโยง

ประโยคที่จริงแท้พอได้มา น้ำตาก็ไหล
เหมือนลูกศรที่พุ่งเข้าไปกลางหน้าอก
ทะลุเข้าไปในใจ
นี่คงเป็นหน้าที่หลักของภาษา
และฉันเขียนเพื่อเยียวยาตัวเอง

ค่ำคืนลำพังนั้นยากเย็นเสมอ
หากเคยมีมือน้อยๆ ให้เกาะกุม
ขอบคุณช่วงเวลาดีดีที่เรามีกัน

นะโมชอบนอนโดนตัวคน ต้องคอยจับ
คอนลูบหัว คอยกอดเอาไว้

นะโมชอบนอนแขนหม่ามี๊เสมอ
นม : หม่ามี๊ขอนอนแขนหน่อย (เสียงอ้อนบ้าง เสียงสะอื้นบ้าง)
มม : ทำไมขอนอนแขนทุกวันเลย ชอบเหรอ
นม : ชอบนอนแขนหม่ามี๊

หม่ามี๊สละแขนหนึ่งข้างให้นะโมนอนเสมอ
แม้จะสร้างความปวดเมื่อยให้กับแขนและไหล่มากเพียงใด
การเสียสละนี้หม่ามี๊หวังเพียงให้นะโมได้สัมผัส
ความอบอุ่นปลอดภัย ความไว้วางใจต่อโลก
และสายสัมพันธ์แห่งรักที่ส่งออกไป
เพื่อบอกว่าไม่ต้องกลัวนะเธอไม่ได้อยู่คนเดียว
เธอมีหม่ามี๊เคียงข้างเสมอ ยามดึก ยามมืดมิด จะพบหม่ามี๊ข้างๆ

และแม้วันใดที่ร่างกายของเราไม่ได้สัมผัสกัน
ขอให้สายสันพันธ์นั้นเชื่อมร้อยถักทอให้เธอเติบโตแข็งแรงต่อไป




วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2562

ว่ายน้ำกับครูพี่ไผ่

นะโมเป็นเด็กไม่ชอบน้ำ
ไม่ชอบอาบน้ำ ไม่ชอบขนาดที่ว่าถ้าถึงเวลาต้องอาบน้ำ
ต้องดุ ต้องหลอกล่อว่าไปล้างรถบ้าง
หรือบอกว่าไม่ต้องอาบแล้วหม่ามี๊จะอาบคนเดียว
นะโมจะวิ่งร้องไห้มาบอกว่านะโมจะอาบ
นะโมอาบน้ำกับหม่ามี๊และบางทีก็อาบกับป่าปี๊


แต่ชอบเล่นน้ำ
















เดาว่าไม่ชอบให้น้ำโดนหัวโดนหน้าโดยไม่ตั้งใจ
แต่ถ้าเป็นคนเอาหัวไปโดนน้ำเองก็ชอบ

หม่ามี๊ว่ายน้ำไม่แข็ง เอาจริงๆ ก็แอบกลัวน้ำอยู่
ได้พานะโมไปเล่นน้ำบ้าง
ประจวบเหมาะกับ "อัลมอนด์" ลูกนอยเรียนว่ายน้ำกับครูชื่อ "พี่ไผ่"
เราจึงได้พานะโมไปเรียนว่ายน้ำอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
















ครูสอนให้บุ๋งๆ (ก้มหน้าลงน้ำและเป่าลมออกมา)
ครูสอนให้ตีขาและลอยไปกับครู
ครูพยายามให้เอาหัวลงน้ำ(ดำน้ำ)
หลังเลิกเรียนนะโมหัวไม่เปียกเลยจ้า
เพราะครูทำยังไงนะโมก็ไม่ยอมเอาหัวจุ่มน้ำ
ครูได้แต่เอาน้ำราดหัว ให้เปียกเผื่อจะคุ้นเคย

หลังจากเรียนหม่ามี๊พานะโมไปเล่นน้ำที่คอนโดอย่างสม่ำเสมอ
นะโมยังคงกลัวเช่นเดิม เกาะหม่ามี๊แน่นไม่ยอมปล่อย



















ครั้งล่าสุดที่เราไปว่ายน้ำกัน
นะโมยอมลอยตัวไปคนเดียว
โดยใส่ห่วงยางเด็กไว้ที่แขนได้แล้ว
และหม่ามี๊เดินตามอยู่ห่างๆ

ซ่อนหา



ชอบเพลงนี้แบบประหลาดเมื่อฟังครั้งแรก เรารู้สึกเศร้า ตั้งแต่ทำนอง และเนื้อเพลง เหมือนว่าเราตามหาอะไรสักอย่าง และดีใจที่ได้เจอ ถ้าสิ่งนั้นมันมีอยู่สักวันคงเจอ
แต่เราอาจจะตามหาสิ่งที่มันไม่มีอยู่จริง หรือถึงมีแต่เราไม่มีวันหาเจอ

เด็กๆ ส่วนใหญ่น่าจะชอบเล่นซ่อนหา
นะโมก็เช่นกัน เด็กคงมีความสามารถพิเศษที่คิดว่าตัวเองหายไป
ไม่ว่าจะไปซ่อนที่ไหนก็ตาม ที่ความเป็นผู้ใหญ่อย่างไรหาเจอแน่นอน
แต่เด็กก็ตื่นเต้น สนุกสนานทุกครั้งที่เราหาเขาเจอ
และสนุกทุกครั้งที่หาเราเจอ

หรือว่าเด็กอยากให้เราหาเจออยู่แล้ว ถ้าเราไม่พบกันคงแย่เนอะ

เขียนมาถึงตรงนี้จู่ๆ ก็คิดว่าสิ่งที่เราตลกเวลาเห็นเด็กๆ ทำในตอนไปซ่อน
ความจริงแล้ว เด็กเขาไม่ได้ตั้งใจซ่อนจริงๆ
เขาหวังให้เราหาเขาเจอ และยังไงเขาก็หวังจะหาเราเจอ

"หม่ามี๊ปิดตาละนะ 1...2....3........10 เอาหรือยัง"


ความหวังที่ว่าเราคงจะได้พบกัน..สักวัน

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2562

เสียง

เสียงเป็นสิ่งที่นะโมสนใจ
ไม่ว่าเสียงจะเบาแค่ไหนเด็กจะได้ยินเสมอ
"หม่ามี๊ นั่นเสียงอะไร"
ถ้าเป็นคนหวั่นไหว และกลัวก็อาจจะหวั่นใจว่ามีเสียงจริงไหม

ตอนเด็กๆ แม่ของหม่ามี๊สอนว่าไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรตอนกลางคืน
ก็ให้ห้าม "ทัก" หมายถึงถามนั่นเอง ตอนเป็นเด็กจึงปล่อยให้ตัวเอง
คิด และสงสัยเกี่ยวกัยเสียงที่ได้ยิน
ลามไปถึงทำเป็นเหมือนไม่รับรู้ว่ามีเสียงนั้นอยู่จริง
หรือทำเป็นคิดว่าเราหูแว่วไปเอง

โชคดีที่หม่ามี๊เป็นคนหูไว จมูกไวด้วย
ไม่ว่าเด็กจะถามว่าเสียงอะไร หม่ามี๊ก็จะได้ยินด้วยเสมอ
แม้บางครั้งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเสียงอะไร
แถมแอบกลัวหน่อยๆ ว่าเอ๊ะ! นี่เรียกว่าการทักเสียงในเวลากลางคืนไหม

เสียงแอร์ไงครับ พัดลมแอร์
เสียงชิงช้า มันแกว่งเวลาเรานั่ง
เสียงแมวไงได้ยินไหม มันทะเลาะกัน
เสียงเครื่องบิน
เสียงเฮลิคอปเตอร์
เสียงช่างซ่อมเครื่องยนต์
เสียงลมพัด
เสียงไม้ลั่น
เสียงนกร้อง จิ้งจก ตุ๊กแก สารพัดจะได้ยิน

และหลังจากนั้นเมื่อเด็กได้ยินเสียงที่คล้ายกับที่หม่ามี๊เคยบอก
"หม่ามี๊ เสียงเครื่องบิน"
"หม่ามี๊เสียงชิงช้า"​ ซึ่งบางทีชิงช้าไม่ได้แกว่งสักหน่อย

เป็นกิจกรรมตอบคำถามที่สนุกมากอีกอย่างหนึ่ง

วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2562

ไม่ว่าเธอจะเป็นยังไง ฉันก็ยังรักเธอ

ยามเช้าที่แสงสว่างส่องเข้ามา
เสียงนกปลุกร่างกายให้ตื่นขึ้น
ชีวิตอาจจะไม่ได้ราบรื่นตลอดเวลา
แต่เช้าก็มาพร้อมความสดชื่น
เหมือนการตื่นนอนของเด็กน้อย รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะที่มอบต่อโลกใบนี้

เหมือนดอกไม้เล็กๆ ที่เบ่งบาน
ไม่ว่าจะเคยไม่ทำอะไรเลย
เคยทำผิด เคยทำได้ดีมาก
เคยมีความหมาย เคยไร้ความหมาย
เคยทุกข์แสนสาหัส เคยสุขแบบที่ไม่เคยนึกฝัน
เราก็ล้วนเป็นตัวเรา
เติบโต เบ่งบาน ทำหน้าที่เป็นตัวของตัวเอง

"ฉันเป็นอะไรก็ได้เท่าที่ฉันต้องการ"
เด็กไปที่ไหนก็เติบโตงอกงาม


วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562

ร่องรอย 2

ในบ้านนี้ยังคงมีเสี้ยวส่วนมากมายของนะโม
ร่องรอยหนึ่งคือบนผนังห้องนอน
งานแสดงผลงานศิลปะที่นะโมระบาย และหม่ามี๊ชวนเอามาติด
แรกๆ ก็มีไม่กี่ใบ
นม : ติดสูงๆ นะหม่ามี๊

เมื่อเข้ามาในห้องจะนั่งดู นอนกินนมดู เกือบทุกวัน

นม : school bus รถตัก กระต่าย รถไอติม รถขยะ เครื่องบิน นะโม
มม : แล้วอันดำๆ นั่นอะไรอ่ะ
นม : รถตุ๊กๆ
มม : จำได้ด้วย
นม : นะโมระบายสีเอง


ยังทำใจแกะออกไม่ไหว ปล่อยไว้ให้เป็นร่องรอยสะท้อนความในใจ

ช่วงยากเวลาอยู่กันแค่ 2 คน

ช่วงเวลายากลำบากที่เราสองคนผ่านมาคือช่วงป่วย
เราทั้งสองใช้ยาโฮมิโอ เนื่องจากเป็นสิ่งที่หม่ามี๊ตัดสินใจเรียนเพิ่มเติม
เพื่อเอามาดูแลสุขภาพองค์รวมของเรา และมุ่งสร้างภูมิคุ้มกันให้นะโมเติบโตแบบไม่ต้องไปผจญภัยในโรงพยาบาล

ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมานะโมป่วยมากไม่บ่อยนัก 2-3 ครั้งได้
เวลาดูแลจะต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ เพราะต้องคอยสังเกตว่าทำอะไรแล้วอาการดี
ทำอะไรแล้วอาการแย่ลง ต้องคอยเช็ดตัวไม่ให้อุณหภูมิเกิน 40
แต่เราก็ตั้งใจทำได้ และมั่นใจว่าเราเอาอยู่

หลายครั้งที่หม่ามี๊ไปไหนไม่ได้เข้าห้องน้ำไม่ได้ อาบน้ำไม่ได้เพราะนะโมอยากอยู่ด้วยตลอดเวลา หรือ "นะโมจะไอ ฮือๆ" คือแปลว่านะโมกำลังจะอ้วก

ครั้งหนึ่งหม่ามี๊ไม่สบายและบอกนะโมว่า "หม่ามี๊ไม่สบายนะวันนี้ขอนอนหน่อยนะ นะโมอยู่คนเดียวก่อนนะ"​ รู้สึกตัวเป็นพักๆ และรู้ว่านะโมมานั่งเล่นของเล่นอยู่ข้างตัวที่เรานอนเงียบๆ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ปลุก หม่ามี๊ขอบคุณนะโมมากที่ช่วยให้เราสองคนผ่านมันไปได้


บันทึกยาที่นะโมกินคือ Cal-carb เหมือนหม่ามี๊ (นะโมกลัวโดนทอดทิ้ง) ,
Pulse (รู้สึกโดดเดี่ยว) และในวันสุดท้ายที่เราเจอกัน คือ Ant-tart ขวดยายังวางอยู่ที่เดิมฉันยังคอยมองมันอยู่นาน เหมือนว่ามันยังเป็นวันนั้นที่เด็กน้อยยังอยู่


วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2562

ช่วงเวลาแม่ลูก

เมื่อวานตอนค่ำน้องกิ๊ฟมูลนิธิเมล็ดฝันทักมา
ว่ากิจกรรมทำของเล่นเด็กที่เราจองไปเกือบทุกเดือนของเดือนกันยายนนี้คือวันที่ 28

ทำให้หม่ามี๊คิดถึงนะโมและไม่มั่นใจว่าจะตอบน้องกิ๊ฟว่าอย่างไรดี

คิดถึงช่วงเวลาที่เราไปเล่น ทำของเล่น กับที่นี่
เราพากันไป 5 ครั้งได้ และแต่ละครั้งนะโมก็ได้เรียนรู้
ช่วงเวลาที่แม่ลูกจะไ้ดสนทนากันในเวลาทำของเล่น
ของเล่นที่ทำเองแต่สร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร
 มีครูคูมิ ที่ตอนแรกนะโมเขินอายแต่ตอนนี้จำชื่อได้
ร้องเพลงญี่ปุ่น เล่นของเล่นที่ทำจากผ้า ได้ซื้อรถบัสที่ทำจากผ้า
ถนนกล่องกระดาษ ลูกบอลผ้า ตกปลาผ้า
ขับรถกล่องกระดาษด้วย สนุกที่สุดน่าจะเป็นได้ขับรถจากกล่องกระดาษ
ที่นะโมและหม่ามี๊ช่วยกันทำ

มม : เดี๊ยวเสาร์นี้เราไปโรงเรียนกันไหม
นม ; ไม่ไป
มม : โรงเรียนที่มีคุณครูคูมินะ
นม : ไป หม่ามี๊นะโมจะไปหาคุณครูคูมิ

ไป

ลังเลว่าจะตอบเขาไปอย่างไรดี ยกเลิกไปเลย
หรือเลื่อนไปก่อนและเก็บเอาไว้จนกว่านะโมจะกลับมา


วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2562

เครื่องบิน

วันนี้ขึ้นเครื่องบินไปทำงานที่เชียงใหม่

เด็กชอบเครื่องบิน เวลามีเครื่องบินๆ ผ่านก็จะชี้ชวนกันดู
นม : หม่ามี๊ เครื่องบิน ลำใหญ่มาก
มม : ช่าย บ๊าบบายเร็ว
เด็กน้อยโบกมือตาม
นม : เครื่องบินไปไหน
มม : บินไปหาป่าปี๊ที่เชียงราย เราขึ้นเครื่องบินไปหาป่าปี๊ที่เชียงรายกันไหม
นม : ไป


หม่ามี๊เคยพานะโมขึ้นเครื่องบิน 2 ครั้ง ตอนเดือน กพ.ตอนนั้นยังไม่สองขวบเลยไปเชียงรายนะโมชอบเครื่องบินและนั่งได้โดยไม่ร้องไห้
ทุกครั้งที่มาสนามบินนะโมจะสนุกกับการไปยืนดูเครื่องบินลำใหญ่ๆ กัน

วันนี้หม่ามี๊ดูเครื่องบินคนเดียว

วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2562

เรื่องโรงเรียนแรกๆ

ช่วงเดือนที่มีงานและเรียนเยอะ
เราเริ่มวางแผนว่าเราจะเลี้ยงนะโมยังไง
ให้เราก็สามารถหาเงินเลี้ยงเขาได้
และได้ให้เวลาเลี้ยงเขาไปด้วยได้

เลยตัดสินใจจะหาโรงเรียนอนุบาลเล็กๆ
ที่เราไหว และเขาไหว
น้าช่วยตระเวนหาและพานะโมไปดู
ในที่สุดก็ได้โรงเรียนใกล้ๆ บ้านน้า
เด็กเล็กเลิกเรียนบ่ายสามโมง
และเราไม่อยากให้เขาต้องรอและไม่มีใครไปรับหากเราเลิกงานช้า

วันไปส่งเพื่อลองเรียนครึ่งวัน บอกเด็กว่าเดี๋ยวหม่ามี๊ไปรอที่ร้านกาแฟแล้วจะมารับ
ส่งเด็กแล้วเดินไปแอบดูข้างๆ รั้ว วันแรกผ่านไปอย่างร่าเริง
เด็กยังตื่นเต้น เราไปนั่งทำงานรอเวลาไปรับอย่างใจจดใจจ่อ
เข้าใจอารมณ์แม่เป็นห่วง ขนาดวันนี้ลองเรียนแค่ 2 ชั่วโมงเองนะ


วันที่สองเด็กเริ่มรู้ อิดออด ไม่อยากไปหาครู
ต้องปลอบปรโลม และสัญญาเช่นเดิมว่าเดี๋ยวจะรีบมารับนะ
เรายังแอบไปดูที่ข้างรั้ว
เด็กเดินเข้าห้องวางกระเป๋า เอามือป้ายตาป้อยๆ
ไม่ได้ร้องไห้โฮเหมือนคนอื่น แต่หม่ามี๊รับรู้ได้ว่า
หนูคงรู้สึกโดดเดี่ยวที่ต้องออกไปเผชิญโลกคนเดียว
รู้สึกสงสารจับใจจนน้ำตาไหลออกมา เด็กน้อยของหม่ามี๊คง
ใช้ความเข้มแข็งมากเลยนะ ที่ไม่ร้องไห้ออกมา
หม่ามี๊จะรีบไปรับนะ

ตอนหม่ามี๊ไปรับแล้ว 




วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2562

กลิ่นของความรัก

หลังจากล้างมือ ฉันชอบดมมือว่าหอมกลิ่นสบู่ล้างมือหรือยัง
วันนี้ก็เช่นกัน ได้กลิ่นหอมของสบู่ล้างมือกลิ่น Lavender & Chamomile

"หม่ามี๊ อันนี้สบู่อันไหม หอม" พร้อมกับเอามือเล็กๆ ขึ้นมาดม
มม : ใช่ หม่ามี๊ซื้อมาใหม่ หอมไหม นะโมขอบไหม
นม : ชอบบบ

วันที่ทำความสะอาดห้อง
มม : นะโมวันนี้หม่ามี๊ให้พี่เต้าหู้ทำความสะอาดห้องแล้ว
นม : ไหนๆ ขอนะโมดมหน่อย
เอาหน้าแนบพื้น
นม : สะอาด หอมเลยหม่ามี๊
ทีนี้นอนเอาตัวลงไปกลิ้ง พร้อมหัวเราะร่า
มม : ห้องสะอาดดีจังเลยเนอะ
ยิ้ม และนะโมก็ยิ้มตอบ

กลิ่นต่างๆ และกลิ่นของเด็กน้อยที่นับวันก็ค่อยๆ จางหายไป
กลิ่นของความรักที่ฉันคิดถึง

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562

เช้านี้

ความรู้สึกเหมือนกระแสลมฝนที่พัดผ่าน
เช้านี้ความคิดถึงพัดผ่านมาที่หน้าบ้านในช่วงเวลาที่ฟ้าหม่นๆ เหมือนฝนจะตก

"หม่ามี๊ฝนจะตกแล้วเข้าบ้านเร็ว" เสียงเจื้อยแจ้วเจรจาเช่นทุกวัน
มม : นะโมรู้ได้ไงว่าฝนจะตก
นม : ก็ลมแรง
มม : ใครบอก
นม : ย่าบอก
มม : แล้วต้องดูอะไรอีก
นม : ท้องฟัาเป็นสีเทาๆ
มม : ใช่แล้ว ไหนท้องฟัาวันนี้สีเทายัง
นม : สีเทาแล้ว (พร้อมหันหน้าขึ้นมองฟ้า)

วันนี้ท้องฟ้าเทาแต่เช้า เหมือนความรู้สึกที่ตกอยู่ในห้วงความทรงจำเทาๆ จางๆ
แล้วฝนก็ไหลลงมาจะมองไม่เห็นอะไร

วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ร่องรอย 1

วันนี้ตัดสินใจเก็บของเด็กชายให้เรียบร้อย
ใจหนึ่งอยากให้เขามาเอาของบางส่วนเพื่อให้เขาได้เชื่อมต่อกับชีวิตในสถานที่ใหม่ๆ แต่ไม่ได้หวังมากมายนักว่าจะเป็นอย่างนั้น

และที่สำคัญเก็บของเล่นไว้ให้เป็นร่องรอยในความทรงจำของหม่ามี๊
นะโมชอบเล่นรถมากที่สุด และจริงๆ คือทุกอย่างที่สามารถเคลื่อนไหวได้
ขับเคลื่อนไปได้ เขาก็จะเอามาไถ สไลด์ไปมา นั่นล่ะความสนุกของเขา

ดังนั้นวันนี้จึงได้เก็บรถมากมายของเขาให้เข้าที่เข้าทาง
และหวังให้ชีวิตเขาขับเคลื่อนต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562

พี่หมีหลับตา

"หม่ามี๊มันหลับ" เสียงเจื้อยแจ้ว
ฉันเงยหน้าจากสิ่งที่กำลังทำและสงสัยว่าอะไรใครนอน
มองสำรวจและถามไป "อะไรนะคับ ใครหลับ"

เด็กชายชี้มือไปที่ภาพนั้น ฉันมองตาม มันเป็นภาพที่ฉันซื้อมาติดประดับห้อง
เพราะมันน่ารักดี ราคาไม่แพงไปสำหรับเรา และที่ชอบมากๆ เพราะคำที่เขียนไว้ในรูปว่า "Always be Yourself" ฉันเชื่อว่าเราทุกคนจะได้เติบโตอย่างเป็นตัวเอง
และมันจะดีมาก ถ้าเราสามารถเป็นหรือเข้าถึงความเป็นตัวเองได้อยู่เสมอ
เอาไว้เตือนตัวเอง "เป็นตัวของตัวเองนะ"

คิดว่ามันยิ้มนะ แต่ในมุมมองของหนูมันนอนหลับสินะ
มม : ก็นี่ห้องนอนนี่ครับหมีเขาก็เลยนอนหลับ งั้นเรามานอนกันดีกว่าไหมคับ
นอนกับพี่หมีกัน

เด็กน้อยหันมามองพร้อมพยักหน้าน้อยๆ เห็นด้วย เราเข้านอนในอ้อมกอดกันและกัน
มม : นอนให้สบาย และเป็นตัวของตัวเองนะลูก
ฉันหอมแก้มเด็กน้อยก่อนกล่าว Good Night

หลายครั้งตั้งแต่นั้นมาฉันใช้พี่หมีเพื่อชวนให้นะโมนอน และเราสองคนจะมีเพื่อนนอนด้วยกัน หรือถ้าวันไหนเขาตื่นแล้วพบว่าฉันอาจจะออกมาจากห้องก่อนแล้วเขาอ้อนว่า
"นะโมไม่อยากนอนคนเดียว" หม่ามี๊ก็จะบอกว่าก็หม่ามี๊ให้พี่หมีนอนเป็นเพื่อนไงคับ

บันทึกที่ผ่านมา